สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และวัตถุโบราณ

เกิดจากการดำริและอธิษฐานจิตในการสวดมนต์ไหว้พระของจ่าสิบเอกจรูญ พร้อมเพรียง บ้านท่ากระยาง 75/2 หมู่ 1 ต.ทะเลชุบสร อ.เมือง จ.ลพบุรี ( อยู่หลังค่ายทหาร บริเวณใกล้โบราณสถานวัดซาก ) ในคืนวันหนึ่งของเหตุการที่เกิดขึ้น ๓ คืนติดต่อกัน ของต้นปี พ.ศ. ๒๔๙๙ จ่าสิบเอกจรูญ พร้อมเพรียง สังกัดค่ายทหารลพบุรี เข้าห้องพระไหว้พระสวดมนต์แล้วอธิษฐานจิตต่อหน้าองค์พระที่กราบไหว้ที่บ้าน โดยอธิษฐานว่าลูกเป็นชาวพุทธ นับถือพระพุทธศาสนา เวลานี้เป็นเวลาใกล้กึ่งพุทธกาล ( กึ่งพุทธกาล พ.ศ. ๒๕๐๐ ) ลูกอยากจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ให้ครบ ๕,๐๐๐ พระวัสสา ลูกอยากจะสร้างพระพุทธรูปเท่าองค์จริง คือสูง ๘ ศอก ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา จะสำเร็จหรือไม่ ขอองค์เทพไท้ผู้มีฤทธิ์ จงมาดลจิต

 

ข้าพเจ้าให้เกิดเป็นนิมิตมงคลเถิด ปรากฎว่าในคืนนั้น และอีกคืนต่อมารวม ๓ คืนติดต่อกัน ช่วงจิตเข้าสู่ภวัง ระหว่างครึ่งหรับครึ่งตื่น เกิดนิมิตเห็นรูปเทวดาแต่งองค์ทรงเครื่องชัดเจนมาก จำได้ติดตา เหาะลอยมาในอากาศหยุดอยู่ระหว่างข้าพเจ้า และพูดเป็นภาษาบาลีว่า พุทธปฏิมานิมิตตัง ปฏิมามะมะ อรหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปิตุ มาตา เหาะมาและว่าอย่างเดียวกันนี้ถึง ๓ คืนติดต่อกัน

 

ต่อมาข้าพเจ้าทราบว่าเป็นพระคาถาเมตตาของเทวดามาบอก ข้าพเจ้าจำได้แม่นยำตั้งแต่ได้ยินครั้งแรก ข้าพเจ้านำคำอธิษฐาน และคำเทพนิมิตนี้ มาเล่าสู่พระทองพล ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดซาก ลพบุรี และเล่าสู่พระอำคา วิสารโท พรรษา ๖ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเขาแดง จังหวัดนครนายก ซึ่งข้าพเจ้าให้ความเคารพนับถือ ท่านพระอำคา วิสารโท นำข้าพเจ้าพบและปรึกษากับพระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครนายกสมัยนั้น ท่านเมตตาแนะนำว่า เป็นนิมิตมงคลอันดี จะสำเร็จตามความปารถนา เป็นพระคาถาเทพนิมิต เทพบันดาล แล้วข้าพเจ้าจึงเข้าปรึกษากับผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดซากและผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเขาแดง แล้วข้าพเจ้าก็เป็นผู้ริเริ่มทั้งทุนทรัพย์และจัดหานายช่างมาออกแบบและทำแบบรูปหล่อ ทำด้วยปูนซีเมนต์ ทำเป็น ๓ ท่อน ต่อกัน เป็นองค์พระยืนปางพระร่วงประธานพร? สูง ๘ ศอก ทำพร้อมกัน พิมพ์เดียวกัน ๒ องค์ เมื่อหล่อองค์พระเสร็จเรียบร้อย ก็ทำการแห่เคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดลพบุรี ทั้งสององค์ และทำพระเครื่องเป็นพระผง ๘๔,๐๐๐ องค์ นำมาที่วัดเขาแดง เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๔ ปี จอ แล้วทำการประกอบต่อองค์พระ ต่อพระเศียร ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าอุโบสถ หลังปัจจุบันต่อมาเมื่อวันที่ ๒๑?๒๒?๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ จัดงานพุทธาภิเศก ๓ วัน ๓ คืน โดยเฉพาะในวันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ตรงกับวันพุทธ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๕ ปีจอ เป็นวันพุทธาภิเศก พระประธานทั้ง ๒ องค์ พร้อมพระเครื่องที่ไว้บรรจุด้วย ประธานสงฆ์ในพิธีคือ พระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครนายก ( สมบูรณ์ จน?ทโก ป.ธ.๖ ) ขนานพระนามพระประธานที่สร้างทั้ง ๒ องค์ พระนามเหมือนกันว่า ?พระพุทธปฏิมานิมิตมงคล

 

ต่อมาเพื่อสะดวกในการเรียกพระนาม จึงเรียกว่าพระพุทธนิมิตมงคล พระนามสั้นเข้า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ จ่าสิบเอกจรูญ พร้อมเพรียง ประธานเจ้าภาพผู้สร้างถวาย ได้มาทอดกฐิน ที่วัดเขาแดง ( อายุ ๘๐ ปีเศษ ) ได้มอบเงินสมทบสร้างวิหารใหม่แทนหลังเก่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท) และเล่าประวัติการก่อสร้าง ความเป็นมาให้เจ้าอาวาสวัดเขาแดงรูปปัจจุบันเพื่อทราบ และบอกพระคาถาเทพนิมิตที่ได้มาและยันต์องค์พระเพื่อแจกจ่ายให้ศานุศิษย์ นำไปบูชาต่อไป

 

พระพุทธนิมิตมงคล อีกองค์หนึ่ง หลังจากทำการพุทธาภิเศกที่วัดเขาแดงแล้ว ได้นำไปถวายประดิษฐาน อยู่ ณ วัดซาก ต.ทะเลชุบสร อ.เมือง จ.ลพบุรี สถานที่ตั้งปัจจุบันวัดซาก เป็นที่โบราณสถาน จึงยังทำวิหารครอบไม่ได้เพราะต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากรก่อน จึงยังคงมีเฉพาะองค์พระประดิษฐานอยู่เท่านั้น

ผู้เล่าประวัติให้ฟัง ว่าด้านอภินิหารว่า เมื่อขณะทำการต่อพระเศียรองค์พระนั้น เวลานั้นเป็นฤดูแล้ง แต่เกิดปากฎการพระอาทิตย์ทรงกดขึ้น ทำให้เกิดร่มเงาในบริเวณนั้น เมื่อถึงคราวพุทธาภิเศก ก็ปากฎอภินิหาร ระหว่างทำพิธี เป็นเดือน ๕ หน้าแล้ง ท้องฟ้าแจ่มใส ก็เกิดมีก้อนเมฆบนท้องฟ้าลอยมาจากทิศเหนือ บดบังแสงตะวันไว้ และโปรยปรายเม็ดฝนเล็กน้อยเฉพาะบริเวณงาน แล้วก็หยุดหายไป ทั้งที่บริเวณรอบวัดไม่มีฝนตก เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง แม้องค์พระที่นำไปประดิษฐานที่วัดซาก ลพบุรีก็เช่นเดียวกัน พอยกองค์พระ ยกพระเศียรติดตั้ง ก็เกิดพระอาทิตย์ทรงกด เช่นกัน
ผู้เล่าประวัติคือเจ้าของผู้สร้างเดิม กล่าวเพิ่มเติมว่า พระผงที่ทำไว้เพื่อบันจุองค์พระที่เหลือนั้นส่วนหนึ่ง ได้นำแจกจ่ายให้กับผู้มาร่วมงาน ผู้ร่วมอนุโมทนาทำบุญ เมื่อนำไปใช้เกิดพลังเมตตามหานิยมดีมาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายเมื่อนำติดตัวไปค้าขาย จะค้าขายดีมีกำไรกว่าเวลาที่ไม่ได้นำองค์พระไป จากการสังเกต จ่าสิบเอกจรูญ พร้อมเพรียง ขณะมีชีวิตอยู่ ได้มาขอร้องให้เจ้าอาวาสวัดเขาแดงได้ทำองค์พระเครื่องขึ้นอีก และบอกพระคาถาและยันต์องค์พระ เพื่อทำการแจกจ่ายศานุศิษย์ต่อไป

ค้นคว้าเรียบเรียงสำเร็จเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2548
พระครูรัตตคีรีรักษ์(สุพล ภัททเสวี) เจ้าอาวาสวัดเขาแดง